ถาม-ตอบ (Q&A) - สถานีตำรวจมหาราช
วิธีดูคำตอบ
เพื่อดูคำตอบสำหรับคำถามที่พบบ่อย โปรด คลิกที่คำถาม ที่คุณต้องการทราบ เมื่อคลิกแล้ว คำตอบจะแสดงขึ้นมา หากต้องการซ่อนคำตอบ ให้คลิกที่คำถามอีกครั้ง
คำถามที่พบบ่อย
- กรณีประกันตัวที่สถานีตำรวจ: หากคดียังอยู่ในขั้นตอนสอบสวน สามารถยื่นคำร้องพร้อมเงินสดหรือหลักทรัพย์ตามที่กำหนด โดยผู้ต้องหาหรือญาติสามารถติดต่อพนักงานสอบสวนเพื่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม
- กรณีประกันตัวที่ศาล: หากคดีถูกส่งไปยังศาลแล้ว คุณต้องยื่นคำขอประกันตัวกับศาล โดยใช้เงินสด หลักทรัพย์ หรือบุคคลค้ำประกัน ทั้งนี้ ศาลจะพิจารณาคำร้องตามเงื่อนไขและความเหมาะสมของคดี
- เข้าสู่ระบบ CIOS: เข้าเว็บไซต์ https://www.cios.coj.go.th และลงทะเบียนบัญชีผู้ใช้งาน หากยังไม่มีบัญชี
- เลือกบริการขอปล่อยชั่วคราว: ในเมนูบริการ ให้เลือก "คำร้องขอปล่อยชั่วคราว" และกรอกข้อมูลที่จำเป็น เช่น ชื่อผู้ต้องหา/จำเลย เลขคดี และศาลที่รับผิดชอบ
- แนบเอกสารประกอบ: อัปโหลดเอกสารที่เกี่ยวข้อง เช่น คำร้อง หลักฐานการชำระเงินประกัน หรือเอกสารแสดงความจำนงในการค้ำประกัน
- ตรวจสอบและยืนยันคำร้อง: ตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูล จากนั้นกดยืนยันการส่งคำร้อง
- ติดตามผล: ตรวจสอบสถานะคำร้องผ่านระบบ CIOS หรือรอการแจ้งจากศาล
- การหลอกลวงออนไลน์ทางด้านการเงิน: เช่น การหลอกโอนเงินผ่านอินเทอร์เน็ต
- การพนันออนไลน์และอาชญากรรมข้ามชาติ: เช่น การเปิดเว็บไซต์พนันผิดกฎหมาย
- การเผยแพร่ข่าวปลอมและความผิดตาม พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์: เช่น การโพสต์ข้อมูลเท็จที่สร้างความเสียหาย
- คดีล่วงละเมิดทางเพศต่อเด็กหรือสตรีทางออนไลน์หรือค้ามนุษย์: เช่น การแชร์ภาพหรือวิดีโอที่ไม่เหมาะสม
- การจำหน่ายสิ่งของผิดกฎหมายหรือหลอกลวงจำหน่ายสินค้าออนไลน์: เช่น การขายสินค้าปลอมหรือไม่มีสินค้าจริง
กรณีคดีอื่น ๆ ที่ไม่อยู่ในกลุ่มนี้ จำเป็นต้องไปแจ้งความที่ "สถานีตำรวจในท้องที่" หากสถานีตำรวจนั้นไม่มีอำนาจสอบสวน จะดำเนินการส่งเรื่องต่อไปยังสถานีที่มีอำนาจโดยอัตโนมัติ
เอกสารที่ต้องเตรียมเพิ่มเติมในการแจ้งความออนไลน์ ได้แก่:
- เอกสารบัตรประจำตัวประชาชน
- ภาพจากการแคปหน้าจอ
- ลิงก์ที่มีการหลอกลวง
- หน้าโปรไฟล์โซเชียลมีเดียของผู้กระทำความผิด
- เลขบัญชีธนาคารหรือเลขอ้างอิง ในกรณีที่โอนเงินให้คนร้ายไปแล้ว
Step 1: การลงทะเบียน
ก่อนการแจ้งความ ต้องลงทะเบียนโดยใช้บัตรประจำตัวประชาชนเพื่อยืนยันตัวตน กรอกข้อมูลให้ครบถ้วน เช่น ชื่อ-นามสกุล, เบอร์โทรศัพท์, อีเมล, วันเดือนปีเกิด, เลขบัตรประชาชน และ Laser Code จากนั้นกำหนดรหัสผ่านและยืนยันตัวตนด้วย OTP ผ่านอีเมลที่ใช้ลงทะเบียน
Step 2: การแจ้งความออนไลน์
เมื่อลงทะเบียนเสร็จแล้ว ให้เข้าสู่ระบบและกรอกข้อมูลผู้เสียหายหรือข้อมูลคนร้าย (กรณีถูกหลอกลวงทางการเงิน ให้แจ้งธนาคารเพื่ออายัดบัญชีก่อน) จากนั้นระบุเลขอ้างอิงและกดปุ่ม “ถัดไป” จะได้รับเลขรับแจ้งความภายใน 3 ชั่วโมง และแอดมินจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติจะติดต่อกลับเพื่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม
Step 3: การติดตามสถานะคดี
หลังจากแจ้งความเสร็จสมบูรณ์ สามารถติดตามสถานะคดีได้ผ่านเว็บไซต์ โดยระบบจะแสดงรายละเอียดว่าคดีอยู่ในขั้นตอนใด และหากคดีสิ้นสุดลง จะสามารถตรวจสอบผลได้จากหน้าเว็บไซต์เช่นกัน
เอกสารและหลักฐานที่ต้องเตรียม
- แคปหน้าจอ: เก็บภาพหน้าจอที่แสดงชื่อบัญชี, วันเวลาโพสต์, ข้อความ, และรูปภาพที่เกี่ยวข้อง
- เซฟลิงก์: บันทึกลิงก์ URL เพื่อให้พนักงานสอบสวนตรวจสอบข้อมูลกับผู้ให้บริการสื่อสังคมออนไลน์
- บันทึกหน้าโปรไฟล์: เก็บลิงก์ของบัญชีโซเชียลมีเดียของผู้กระทำความผิด เพื่อใช้เป็นหลักฐานระบุตัวบุคคล
หมายเหตุ: หากโอนเงินให้คนร้ายไปแล้ว ควรแจ้งธนาคารเพื่ออายัดบัญชีและขอเลขอ้างอิงเพื่อแนบเป็นหลักฐาน
หากท่านต้องการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือแจ้งเหตุด่วน สามารถใช้ช่องทางนี้อีกช่องทางหนึ่ง
ท่านสามารถสอบถามข้อมูลเกี่ยวกับการป้องกันอาชญากรรม การจัดการเหตุฉุกเฉิน หรือแนวทางในการเสริมสร้างความปลอดภัยในพื้นที่ได้โดยตรง
ท่านสามารถสอบถามข้อมูลเกี่ยวกับกระบวนการสืบสวน การติดตามคดี หรือแนวทางการดำเนินการในคดีที่เกี่ยวข้องกับอาชญากรรมได้โดยตรง
ท่านสามารถสอบถามข้อมูลเกี่ยวกับการปฏิบัติงานของสายตรวจ การป้องกันเหตุในพื้นที่ หรือแนวทางในการรักษาความสงบเรียบร้อยได้โดยตรง
ท่านสามารถสอบถามข้อมูลเกี่ยวกับการบริหารจัดการภายในสถานี การประสานงาน หรือขั้นตอนการดำเนินงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับงานอำนวยการได้โดยตรง
- เอกสารที่สามารถดำเนินการได้โดยไม่ต้องแจ้งความ: สำเนาทะเบียนบ้าน, บัตรประชาชน, แผ่นป้ายทะเบียน, ใบอนุญาตขับขี่, บัตรประกันสังคม, ใบรับรองสิทธิรักษาพยาบาล, บัตรประจำตัวผู้เสียภาษี
- ขั้นตอนการบันทึกประจำวัน:
- พบเจ้าหน้าที่เสมียนประจำวันเพื่อบันทึกประจำวันกรณีเอกสารหาย
- พนักงานสอบสวนลงนามในบันทึกประจำวัน
- รับสำเนาบันทึกประจำวันเพื่อใช้เป็นหลักฐาน
- ขั้นตอนการเปรียบเทียบปรับ (หากมีค่าปรับ):
- นำใบสั่งไปพบพนักงานสอบสวน
- ชำระค่าปรับที่เสมียนเปรียบเทียบปรับ
- รับใบเสร็จรับเงินและเอกสารที่เกี่ยวข้อง เช่น ใบอนุญาตขับขี่
หมายเหตุ: การดำเนินการอาจแตกต่างกันเล็กน้อยขึ้นอยู่กับประเภทของเอกสารที่หาย แนะนำให้ตรวจสอบรายละเอียดเพิ่มเติมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
- ประชาชนยื่นคำขอ: ผู้ต้องหาหรือญาติสามารถยื่นคำขอปล่อยตัวระหว่างสอบสวนได้
- พนักงานสอบสวนตรวจสอบหลักเกณฑ์: พนักงานสอบสวนจะตรวจสอบความถูกต้องและครบถ้วนของเอกสารและหลักฐานที่ยื่นมา
- บันทึกสัญญาประกันและให้ความเห็น: พนักงานสอบสวนจะบันทึกสัญญาประกันและเสนอความเห็นว่าควรหรือไม่ควรอนุญาตให้ปล่อยตัว
- ผู้มีอำนาจอนุญาตหรือไม่อนุญาต:
- พ.ต.อ.ภูมิสิษฐ์ ตั้งวิทย์เดชา ผกก.สภ.มหาราช: โทร. 098-805-6698
- พ.ต.ท.บุญเรือง พันธนู รอง ผกก.(สอบสวน)สภ.มหาราช: โทร. 081-692-8034
- เจ้าหน้าที่เสมียนประจำวันบันทึกผล: เจ้าหน้าที่เสมียนประจำวันจะทำการบันทึกประจำวันเพื่อปล่อยตัวหรือไม่ปล่อยตัวผู้ต้องหาตามคำสั่งของผู้มีอำนาจ
หมายเหตุ: การดำเนินการอาจแตกต่างกันเล็กน้อยตามรายละเอียดของคดี แนะนำให้ปรึกษาพนักงานสอบสวนหรือทนายความเพื่อความชัดเจน
ขั้นตอนการแจ้งความเป็นหลักฐานกรณีไม่เกี่ยวกับคดี:
- พนักงานสอบสวนซักถามรายละเอียด: พนักงานสอบสวนจะสอบถามข้อเท็จจริงและตรวจสอบหลักฐานที่เกี่ยวข้อง
- ลงบันทึกประจำวัน: ข้อมูลที่ได้รับจะถูกลงบันทึกประจำวันเพื่อเป็นหลักฐาน
- รับสำเนาบันทึกประจำวัน: ประชาชนจะได้รับสำเนาบันทึกประจำวันเพื่อใช้เป็นเอกสารยืนยัน
- การขอสำเนาบันทึกประจำวันเกี่ยวกับคดี:
- ประชาชนผู้ยื่นคำร้องต้องผ่านการพิจารณาจากพนักงานสอบสวน
- พนักงานสอบสวนเสนอความเห็นต่อหัวหน้าสถานีตำรวจเพื่ออนุมัติ
- เจ้าหน้าที่เสมียนประจำวันนำสำเนาบันทึกประจำวันให้นายตำรวจชั้นสัญญาบัตรรับรองสำเนาถูกต้อง
- มอบสำเนาบันทึกประจำวันให้ผู้แจ้ง (ประชาชน)
หลักทรัพย์ที่ใช้ในการประกันตัว:
- เงินสด: เงินตราของรัฐบาลไทยเท่านั้น
- โฉนดที่ดิน: ต้องเป็นโฉนดที่เจ้าพนักงานประเมินราคาแล้ว หรือพนักงานสอบสวนเชื่อว่ามีมูลค่าเพียงพอ
- พันธบัตรรัฐบาล: เช่น พันธบัตรที่ออกโดยรัฐบาล
- สลากออมสินหรือสมุดฝากเงินธนาคารประเภทประจำ: เช่น สลากออมสินหรือบัญชีเงินฝากประจำ
- ตั๋วแลกเงิน: ต้องเป็นตั๋วแลกเงินที่ธนาคารเป็นผู้จ่ายและได้รับรองตลอดไปแล้ว
- ตั๋วสัญญาใช้เงิน: ต้องเป็นตั๋วที่ธนาคารเป็นผู้ออกตั๋ว
- เช็ค: ต้องเป็นเช็คที่ธนาคารเป็นผู้สั่งจ่ายหรือรับรอง
- หนังสือรับรองของธนาคาร: เพื่อชำระเบี้ยปรับแทนในกรณีที่ผิดสัญญาประกัน
ข้อมูลการติดต่อ
- ที่อยู่: เลขที่ 59 หมู่ 2 ต.บ้านใหม่ อ.มหาราช, จ.พระนครศรีอยุธยา 13150
- เบอร์โทรศัพท์: 035-389-153 (ตลอด 24 ชม.)
- เว็บไซต์: https://maharat.ayutthaya.police.go.th/
- อีเมล: ay70017@hotmail.com